อยากลดต้นขา ต้องเข้าใจภาวะฮอร์โมนเอสโตรเจนเกิน

ปัญหาความอ้วน (โดยเฉพาะบริเวณต้นขาและสะโพก) เป็นปัญหาที่พบเห็นได้มากในปัจจุบัน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น สาเหตุที่เป็นรากเหง้าของปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ภาวะฮอร์โมนเอสโตรเจนเกิน (Estrogen Dominance) นั่นเอง วันนี้มดจะพาไปรู้จักกับภาวะเอสโตรเจนเกิน มันคืออะไร มีสาเหตุจากอะไร แล้วมันส่งผลเสียยังไงกับเราบ้าง มาดูกันค่ะ

ฮอร์โมนเพศหญิงคืออะไร?

ก่อนที่จะไปเรื่องภาวะฮอร์โมนเอสโตรเจนเกิน เรามาปูพื้นฐานเรื่องฮอร์โมนเพศหญิงกันซักหน่อยก่อนนะคะ ฮอร์โมนเพศหญิงที่สำคัญหลักๆ มีอยู่สองชนิดคือ

  • ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen)
  • ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone)

ทั้งสองตัวเป็นฮอร์โมนแห่งสัญลักษณ์เพศหญิง คือทำให้เพศหญิงต่างจากเพศชาย คือ มีหน้าอก มีเอวคอด มีสะโพกผาย มีเสียงเล็กแหลม เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนถูกผลิตจากรังไข่ (Ovary) ในปริมาณที่แตกต่างกันตามช่วงเวลาในรอบเดือน

ฮอร์โมนเอสโตรเจนเกิน เอสโตรเจนสูง โปรเจสเตอโรนต่ำ

ภาวะเอสโตเจนเกิน (Estrogen Dominance) คืออะไร?

จริงๆ ถ้าจะสื่อความหมายให้ถูกต้อง ควรจะเรียกว่า ภาวะเอสโตรเจนเด่น น่าจะเหมาะสมกว่า (แต่คนส่วนใหญ่จะติดเรียกว่าเกิน ในบทความนี้มดก็ขอใช้คำว่าเกินนะคะ) โดยภาวะเอสโตรเจนเกิน หมายถึง ภาวะที่สัดส่วนของฮอร์โมนเอสโตรเจนต่อโปรเจสเตอโรนสูงกว่าสัดส่วนปกติ ซึ่งแบ่งเป็น 2 กรณี คือ

  • ร่างกายมีเอสโตรเจนมากเกินไป
  • ร่างกายมีโปรเจสเตอโรนน้อยเกินไป

พอจะเห็นภาพกันนะคะ ทีนี้เรามาขุดลึกกันต่อ ว่าอะไรคือต้นเหตุของทั้ง 2 กรณี

สาเหตุฮอร์โมนเอสโตรเจนเกิน อาหาร สิ่งแวดล้อม ยาคุมกำเนิด ความอ้วน ตับอ่อนแอ ไม่ขับถ่าย

สาเหตุที่ทำให้ร่างกายมีฮอร์โมนเอสโตรเจนมากเกิน

ถ้าจะพูดว่าทุกวันนี้ เราทุกคนอยู่ภายใต้อิทธิพลของฮอร์โมนเอสโตรเจนก็คงไม่ผิดนัก ดูได้จากปริมาณสัดส่วนผู้หญิงต่อผู้ชายในปัจจุบัน ซึ่งผู้หญิงมีปริมาณมากกว่าผู้ชาย แค่นั้นยังไม่พอ ผู้ชายบางส่วน (หรืออาจเป็นส่วนมากก็ไม่แน่ใจ) ก็ยังกลายพันธุ์เปลี่ยนเพศสภาพไปซะอีก (โอ้…คุณพระ) อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เอสโตรเจนมากมายขนาดนี้ มดจัดให้เป็นหัวข้อแล้ว ไปดูกันเลยค่ะ

อาหาร

เนื่องจากธุรกิจปศุสัตว์ในทุกวันนี้ เน้นเอายอดขายเป็นตัวตั้ง จึงมีการใช้ฮอร์โมนมาเร่งการเจริญเติบโต รวมถึงการใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนด้วย เพื่อให้สัตว์โตเร็ว ตัวอ้วน มีไขมันมาก จะได้น้ำหนักมาก กำไรงาม คนที่บริโภคเนื้อสัตว์มาก รวมถึงนมและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น เนย ชีส ครีม และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น นมถั่วเหลือง เต้าหู้ (ในถั่วเหลืองมีสารสำคัญที่ทำหน้าที่คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน เรียกว่า ไฟโตเอสโตรเจน Phytoestrogen) ก็จะได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนเข้าไปสะสมในร่างกายเป็นจำนวนมาก

สิ่งแวดล้อม

มลพิษในอากาศ ในน้ำดื่ม รวมถึงภาชนะบรรจุอาหารและเครื่องดื่มที่ทำจากพลาสติก สารปนเปื้อนเหล่านี้เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน (สารปนเปื้อนเหล่านี้ถูกเรียกว่า Xenoestrogen) ซึ่งสำหรับคนเมือง เป็นเรื่องที่ยากมากที่จะหลีกเลี่ยงสารปนเปื้อนเหล่านี้

ยาคุมกำเนิด

ในยาคุมกำเนิดบางชนิดจะประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนปริมาณมาก สาวๆ คนไหนที่ใช้เป็นประจำ ก็รับเอสโตรเจนเข้าไปเต็มๆ เลยค่ะ

ความอ้วน

เซลล์ไขมันมันในร่างกายคนเรา สามารถแปลงฮอร์โมนเพศชาย (ในผู้หญิงก็มีฮอร์โมนเพศชายนะคะ แต่มีปริมาณไม่มาก) ให้เป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน โดยอาศัยเอนไซม์ Aromatase ยิ่งเรามีเซลล์ไขมันมาก ร่างกายเราก็ยิ่งผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนมากตาม

ตับอ่อนแอ

ตับเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่กว่า 500 อย่าง หนึ่งในนั้นก็คือ กำจัดเอสโตรเจนส่วนเกินออกจากร่างกาย โดยจะขับออกทางน้ำดี หากตับของเราอ่อนแอ การขับเอสโตรเจนส่วนเกินออกก็จะทำได้ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้มีเอสโตรเจนไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเรามาก

ไม่ขับถ่าย

เมื่อตับทำหน้าที่ขับเอสโตรเจนส่วนเกินออกมากับน้ำดีเข้าสู่ลำไส้ หากระบบขับถ่ายเราไม่ดี ท้องผูก อุจจาระก็จะตกค้างอยู่ในลำไส้เรานาน ลำไส้ก็จะดูดกลับเอสโตรเจนส่วนเกินที่ตับอุตส่าขับออกมากับน้ำดี (โถ่ น่าสงสารตับจุง) กลับเข้าสู่ร่างกายเราใหม่

สาเหตุฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนน้อย ความเครียด แป้งน้ำตาลมาก ไม่ออกกำลังกาย

สาเหตุที่ทำให้ร่างกายมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนน้อยเกิน

ความเครียด

เวลาเรามีความเครียด ร่ายกายของเราจะหลั่งฮอร์โมนที่ชื่อว่าคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมาเพื่อจัดการกับความเครียด โดยร่างกายจะใช้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนนี่แหละ เป็นสารตั้งต้นในการผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล ยิ่งเราเครียดมาก เครียดบ่อย ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนก็ยิ่งลดน้อยลง

แป้ง/น้ำตาลมาก

การทานแป้งขัดขาว น้ำตาล คาร์โบไฮเดรทเชิงเดี่ยวมาก ทำให้เกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตก ทำให้เกิดการติดเชื้อเกิดการอักเสบในร่างกายได้ง่าย และแน่นอนว่าเวลาเรามีการอักเสบหรือติดเชื้อในร่างกาย (เจ็บป่วยนั่นเอง) เราจะเกิดความเครียดเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้คอร์ติซอลเพิ่มขึ้นตาม โปรเจสเตอโรนก็ลดต่ำลง

ไม่ออกกำลังกาย

เป็นที่ทราบกันดีว่าการออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ (ไม่หนักเกินไป) จะช่วยลดความเครียดได้เป็นอย่างดี ดังนั้นผู้ที่ไม่ออกกำลังกายจะมีระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ต่ำกว่า ผู้ที่ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

ภาวะเอสโตรเจนเกินเกี่ยวข้องยังไงกับการลดต้นขา ลดสะโพก?

ภาวะเอสโตรเจนเกินทำให้ร่างกายผลิตตัวรับเอสโตรเจน (Estrogen Receptor) เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณต้นขาและสะโพก ส่งผลให้เกิดการสะสมไขมันเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย และอย่างที่เรารู้ว่าเซลล์ไขมันของเราสามารถแปลงฮอร์โมนเพศชายให้เป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ ทำให้เกิดภาวะเอสโตรเจนเกินเด่นขึ้นไปอีก ยิ่งทำให้เกิดการสะสมไขมันมากขึ้นไปอีก ต้นขาก็ใหญ่ขึ้น สะโพกก็ใหญ่ขึ้น ผิวเปลือกส้ม เซลลูไลท์ก็ยกขบวนกันมาแบบไม่ได้รับเชิญ (ธรรมชาติช่างโหดร้ายดีแท้หนอ)

จากเหตุผลข้างต้น จึงเป็นการยากมาก (ถึงเป็นไปไม่ได้เลย) ที่จะลดต้นขา ลดสะโพก ลดเซลลูไลท์ ถ้ายังอยู่ในภาวะเอสโตรเจนเกินอยู่

ปรับสมดุลฮอรโมนเพศ แก้ปัญหาต้นขา สะโพกใหญ่ เซลลูไลท์

อยากให้ฮอร์โมนเพศกลับมาสมดุล ต้องทำยังไง?

เรารู้ถึงสาเหตุความไม่สมดุลของฮอร์โมนกันไปแล้ว ทีนี้ถ้าอยากแก้ไขก็ต้องจัดการกันที่ต้นเหตุเลยค่ะ มาไล่ดูกันเป็นข้อๆ กันเลย

ลดการนำเข้าฮอร์โมนเอสโตรเจน

  • ลดการทานเนื้อสัตว์ (โดยเฉพาะเนื้อไก่) ผลิตภัณฑ์จากนม และ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
  • หลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่เป็นพลาสติก
  • เลือกวิธีคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น งดการใช้ยาคุมกำเนิด

เพิ่มการขับออกฮอร์โมนเอสโตรเจน

  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (เพื่อให้ตับไม่ต้องมาคอยกำจัดแอลกอฮอล์)
  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ (ช่วยในเรื่องการขับถ่าย)
  • ทานผัก ผลไม้ ใยอาหารให้มากพอ

เพิ่มระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน

  • แบ่งเวลางานกับการพักผ่อนให้เหมาะสม
  • ลดการทานแป้ง น้ำตาล คาร์โบไฮเดรทเชิงเดี่ยว
  • ออกกำลังกายอย่างพอเหมาะและสม่ำเสมอ

สาวๆ ที่อยากลดต้นขา ลดสะโพก ลดเซลลูไลท์ ถึงตาคุณแล้ว

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ มาถึงตรงนี้คงจะพอเข้าใจสาเหตุของปัญหาต้นขาใหญ่ สะโพกใหญ่กันแล้ว กุญแจสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้คือการทานใยอาหารให้มากพอ เพื่อกระตุ้นการขับถ่าย (เพิ่มการขับฮอร์โมนเอสโตรเจนส่วนเกินและลดความเครียดไปในเวลาเดียวกัน) ในปัจจุบันนี้มีอาหารเสริมใยอาหารลดน้ำหนัก ลดต้นขามากมายให้เลือกหามาบริโภค ซึ่งสะดวกในการทานและมีรสชาติอร่อย สาวๆ ท่านไหนลองทานแล้วได้ผลยังไง สามารถร่วมแบ่งปันประสบการณ์ที่คอมเม้นด้านล่างได้เลยค่ะ


เรื่องที่น่าสนใจ:


หากคุณเห็นคุณค่าของบทความนี้ โปรดอย่าเก็บไว้คนเดียว ช่วยแบ่งปันคุณค่าต่อให้กับคนที่คุณห่วงใย



Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *